Pronoun คืออะไร ทำไมถึงออกสอบ TOEIC ทุกครั้ง

26 ตุลาคม 2018

Google+
Line

คำที่เราใช้เรียกแทนคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ (noun) หรือคำที่ใช้แทนคำที่เคยกล่าวไปแล้วหรือคำที่กำลังจะกล่าว เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ซ้ำซ้อนในประโยคๆหนึ่ง คำกลุ่มนั้นเราจะเรียกว่า คำสรรพนาม (Pronouns) โดย Pronoun นั้นจะมีคุณสมบัติเหมือนกับคำนามทุกอย่าง นั่นคือสามารถเป็นได้ทั้งประธานและเป็นได้ทั้งกรรมของประโยค 


1. Personal Pronoun (บุรุษสรรพนาม)

คือ สรรพนามที่ใช้แทนบุคคล หรือสิ่งของที่เราพูดถึง แบ่งออกได้อีกเป็น

* บุรุษสรรพนามที่ 1 (ตัวผู้พูด) ได้แก่ I และ we

* บุรุษสรรพนามที่ 2 (ตัวผู้ฟัง) ได้แก่ you

* บุรุษสรรพนามที่ 3 (สิ่งที่เราพูดถึง) ได้แก่ he, she, it, they


เช่น Preeda likes to swim. He is a swimmer. (ในที่นี้ใช้ He แทน Preeda)

I have a pet. It is a cat. (ในที่นี้ใช้ It แทน cat)


2. Possessive Pronoun (สรรพนามเจ้าของ)

คือ สรรพนามที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ ได้แก่ mine, yours, his, hers, its, theirs, ours


*** mine, yours, his, hers, its, theirs, ours คือ Pronoun นั่นคือทำหน้าที่เหมือนคำนาม

*** my, your, his, her, its, their, our คือ Possessive Adjective นั่นคือต้องมีคำนามก่อนถึงจะขยายได้

*** his, her, its ไม่ว่าจะรูปของ Pronoun หรือ Adjective ก็เขียนเหมือนกัน ดังนั้นเวลาใช้ต้องดูประโยคดีๆ


เช่น It’s mine. (มันเป็นของฉัน)

Her is on the table.


3. Reflexive Pronouns (สรรพนามตนเอง)

คือ สรรพนามที่ใช้บอกว่าดัวยตัวของ…..เอง เป็นคำที่มี –self/-selves ลงท้าย ได้แก่ myself, yourself, himself, herself, itself, ourselves, yourselves, themselves


เช่น I am not myself today.วันนี้ฉันไม่เป็นตัวเองเลย (รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ กังวล)

You have to tell him the truth yourself.เธอควรจะบอกความจริงกับเขาด้วยตัวของคุณเอง


ทั้ง 3 แรกประเภทนี่ต้องแม่น สามารถสรุปได้ดังนี้

รูปประธาน ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยจะอยู่หน้า กริยา (V.) ตัวอย่าง She is beautiful.

รูปกรรม ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยาและบุพบทจึงอยู่หลัง กริยา หรือบุพบท (in,on,at,to) ตัวอย่าง Jan told me about it.

รูปความเป็นเจ้าของ(ที่ต้องมีกรรม) ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของจะอยู่หน้าคำนามเสมอ เช่น my book, our home, his pen เป็นต้น ตัวอย่าง My house is small but comfortable.

รูปความเป็นเจ้าของ(ที่ไม่ต้องมีกรรม)  สรรพนามกลุ่มนี้แสดงความเป็นเจ้าของเช่นกัน แต่การใช้จะไม่เหมือนกับเพราะสรรพนามกลุ่มนี้จะรวมการแสดงความเป็นเจ้าของและคำนามไว้เป็นคำเดียวกันเนื่องจากไม่ต้องการกล่าวซ้ำ ดังนั้นการใช้สรรพนาทกลุ่มนี้จึงต้องมีการกล่าวคำนามมาแล้วก่อนหน้า ตัวอย่าง This is my book. Which one is yours ? (your book)

รูป self-form คำสรรพนามกลุ่มนี้จะมีคำว่า self ต่อท้าย มีหลักการใช้ดังนี้

– ใช้หลังคำกริยา โดยประธานเป็นผู้ทำตนเอง เช่น The man shot himself. ผู้ชายคนนี้ยิงตัวเอง

– ใช้เพื่อเน้น อาจจะวางไว้หลังกรรมและประโยค หรือวางไว้หน้ากริยา ประมาณว่า ผู้นั้นเองเป็นผู้ทำกริยา เช่น I do it myself. ฉันทำมันเองแหล่ะ

– ใช้กับสำนวน by + self แปลว่า ตามลำพัง เช่น She lived by herself.เธออยู่ตามลำพัง (อยู่คนเดียว)


4. Definite Pronoun (หรือ Demonstrative Pronouns, สรรพนามเจาะจง)

คือ สรรพนามที่บ่งชี้ชัดเจนว่าแทนสิ่งใด ได้แก่ this, that, these, those


เช่น That is incredible! 

นั่นมันเหลือเชื่อจริงๆ (เป็นการย้ำถึงสิ่งที่ผู้พูดและพูดฟังเห็น)


These are Pikul’s bag.

นี่เป็นกระเป๋าของพิกุล (เป็นการย้ำถึงสิ่งที่ผู้พูดและพูดฟังเห็น)


5. Indefinite Pronoun (สรรพนามไม่เจาะจง)

คือ สรรพนามที่ได้ได้เน้นเฉพาะว่าเป็นใครหรือสิ่งไหน ได้แก่

everyone, everybody, everything, someone, somebody, something, anyone, anybody, anything, each, another, either, one, no one, nobody, nothing, neither, others, many, several, both, few, all, more, most, some, such, any, none


เช่น Everybody loves somebody.

คนทุกคนย่อมมีความรักใครสักคน (ไม่ได้ชี้เฉพาะมีว่าใครรักใคร)


Nobody is perfect.

ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ (ไม่ได้ชี้เฉพาะว่าใคร)


6. Interrogative Pronoun (สรรพนามคำถาม)

คือ สรรพนามที่ใช้ในการถามคำถาม ได้แก่ Who, Which, What


เช่น What happened!

เกิดอะไรขึ้น (มีสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ผู้พูดและฟังไม่ทราบว่าหมายถึงสิ่งใด)


Who is the “Man of the match”?

ใครคือนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมนี้


7. Relative Pronoun (สรรพนามเชื่อมความ)

คือ สรรพนามที่ใช้แทนคำนามในประโยคหน้า และยังเชื่อมให้ประโยคสองประโยคมีความหมายไปในทางเดียวกัน ได้แก่ who, which, that


เช่น The book that she wrote was the best-seller

หนังสือเล่มที่หล่อนเขียนเป็นหนังสือขายดี (ใช้ that แทน the book)


The girl who is crying was punished by her mother.

เด็กผู้หญิงคนที่กำลังร้องไห้ถูกลงโทษโดยแม่ของเธอ (ใช้ who แทน the girl)







Google+
Line